
Song
V.A
ออกให้ถูกทาง

0
Play
Download
Lyrics
Uploaded by86_15635588878_1671185229650
ต่อจากนี้ไป
เป็นการแสดงปาถคตาธรรมเรื่อง
ออกให้ถูกทางโดยพระธรรมโกษาอาจารย์ปัญญานําทัพิคุ
วัดชุลปทานลังสริปปากรรด นทบุรี
ได้แสดงไว้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมพุทธสกรรรษ
2,525 ขอเชิญท่านสาธุชนรับฟังได้ นะบัดนี้
อาหยาดยม
อาหยาดยมพุทธบริษัททั้งหลาย
นะบัดนี้
ถึงเวลาของการฟังปาถคตาธรรม
อันเป็นหลักคําสอนในทางพระพุทธศาสนาแล้ว
ขอให้ทุกท่านอยู่ในอาการสงบ
นั่งพัก
นะดมไม้
ตรงใดตรงหนึ่ง
ซึ่งสามารถจะได้ยินเสียงจากเครื่องขยายเสียงนี้ได้
แล้วก็สงบปาก สงบคํา
ใช้แต่หู
เพื่อฟังเสียงที่ดังไปจากเครื่องขยายเสียง
มีอะไรจะพูดจะคุยกันก็ค่อยพูดกันทีหลัง
เมื่อก่อนเทศจบแล้ว
ก่อนฟังใกล้เคียงจะได้สบายใจ
ก็ต้องหยุดอยู่กับที่ตรงไหนตรงหนึ่ง
ใส่กุญแจที่ให้แรบเรียบร้อย
อย่าเพลิ้อ
คนไทยนี่ไม่ค่อยชอบคนเพลิ้อ
ถ้าใครเพลิ้อแล้วก็ให้บทเรียน
และลําบากเดือดร้อนในฝ่ายหลัง
และก็ตั้งใจฟังให้ดี
เพื่อเอาไปใช้ในชีวิตประจําวันต่อไป
วันนี้เป็นวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคม
กรุงกับวันที่สาม
เป็นวันอาทิตย์แรก
ของวันออกพันศา
เมื่อวานนี้เป็นวันพระ กรุงกับวันเศร้าพอดี
หญาตยมก็มีโอกาสได้มาวัด
ได้ตบมเป็นกิจทางประศาสนา
เติศีลควังธรรม จะเริ่นภาวนา
กันไปตามฐานะ
เมื่อเช้านี้ก็มีคนตักบาท
ก็เรียกว่าตักบาทเทว
คําว่าเทวนั้นเป็นคําตัดเอาข้างหน้า
คําเต็มว่าเทวโรฮันะ
เทวโรฮันะแปลว่า การสดิตลงมาจากดาวดึง ของพระผู้มีพระพาคเจ้า
เพราะว่าในตํานาน
กําพีพระอบิทธรรม
คือคําพีอบิทธรรมนี้ เมื่อเกิดขึ้นในภายหลัง
ก็ต้องเขียนตํานานให้มันสละสลวยหน่อย
ว่าอบิทธรรมนี้เป็นธรรมะลึกซึ่ง
พูดกับคนไม่รู้เรื่อง
ต้องไปพูดกับเทวดา
แล้วก็มีพระพุทธมาลดาอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต
ได้สดิตมาฟังด้วย
เทศติดต่อกันไปตลอด สามเดือนไม่หยุดเลย
พระพุทธเจ้าเทศไม่หยุด ไม่ฉันอาหาร
ไม่ได้พักพร
แต่ท่านบอกว่า พระองค์ก็แบ่งภาคลงมาบินทะบาดเหมื
อนกัน แต่ไม่ได้บินในเมืองมนุษย์ ไปบินเทวีบอูดอน
คนโมรานก็แบ่งเทวีบออกเป็นสี่
เอาภูเขาหิมาไล้เป็นหลัก เพราะมันสูงคําค้า มองไม่เห็นยอด
ก็เลยว่าถ้าอยู่รอบๆเขานั้นเป็นเทวีบ เทวีบด่านบ
ุรภา ด่านตะวันตก ด่านตะวันออก ด่านเหนือด่านไตร
บันดัยมีสามเงินทองแก้ว
พระองค์เลินลงตามบันดัยแก้ว
เพราะเงินทองเนี่ยเป็นของไม่เหมาะแกะสมณะ
เลยโดนเดินทางบันดัยแก้ว
ชาวบ้านใดทราบก็ดีใจ
มาตอนรับขับสู้กันเป็นอย่างมาก
อันนี้ก็เป็นเรื่องว่า
พระพุทธเจ้าในพันษานั้น
คงสะเด็ดหลีกเล่น
ไปอยู่จําพันสาเชิงพุเขาหิมาไล
ซึ่งหิเมาไล่
ซึ่งอยู่ไกลไปจากเมืองสาพัธตีที่เคยประธับ
ถ้าเราไปยืนอยู่ที่เมืองสาพัธที จะมองเห็นพุเขาหิมาไล
ระยิบระยับด้วยแสงแดด
ที่ระยิบระยับก็เพราะเป็นน้ําเข็งไปทั้งพุเขา
แดดสองก็ดูระยิบระยับไป
เหตุการณ์นี้ผู้เขียนคําพีในตอนหลัง
ยังได้เขียนว่า พระองค์เสด็จไปอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึง
แล้วก็แสดงธรรมปรดพุทธมาลดา
ธรรมที่เต็ดปรดนั่นคือคําพีอภิทธรรม ก็เพราะว่า
คําพีอภิทธรรมนี่เพิ่งเกิด ภายหลังพุทธปรินิพพาน
และก็มีเรื่อง
ว่าพระองค์เสด็จอยู่ที่เมืองนั้น ประภิกษุกระทําความผิด จ้าวบ้านตีเตียน
พระองค์จึงได้บัญญัติพรวินัยข้อนั้นขึ้น
ไว้ ให้เป็นหลักปฏิบัติสําหรับหมู่ขณะต่อไป
เมื่อมีอภิทธรรมเกิดขึ้นในตอนหลัง
ขึ้นถึงก็ไม่มีคํานําต้น
ขึ้นถึงก็ว่า คุสลาธรรม อคุสลาธรรม อปยาคตาธรรม เป็นหัวข้อ
แล้วก็อธิบายเรื่อยไป
ถ้าเขียนเสร็จแล้ว ก็เกิดปัญหาว่าเอง
จะให้พระพุทธเจ้ากัดที่ไหนดี
สัดกับใครดี
ก็เลยเห็นว่ากัดกับมนุษย์นี่มากแล้ว
ควรจะให้ไปกัดกับเทวดาเสียบ้าง ก็เลยดันขึ้นไปชั้นดาวดึง
แล้วก็ไปพูดกับพระพุทธมารดา
ให้ฟังภาษาอภิทธรรม
ถ้าเจ้าหายไป ก็ไปสวดอภิทธรรม
ให้สมกับว่าเป็นสองสูง
เป็นเรื่องที่เทวดาก็ควังกัน
แต่ว่าสวดแล้วมนุษย์ควังไม่รู้เรื่อง
สวดจบเดียวยังควังไม่รู้ ดันสวดอยู่ตั้งสี่จบไม่รู้ว่าเรื่องอะไร
ก็เรียกว่าทําไปต่ํากัน ไม่มีความคิดก้าวน่า
ไม่รู้จักปรับรุงเปลี่ยนแปลง
เพื่อให้อะไรมันถูกต้องดีขึ้น ก็เลยทํากั
นอยู่อย่างนั้น ต้นเรื่องมันเป็นอย่างนั้น
เพราะงั้นวันออกพันศา ความจริงก็เพียงครั้งเดียว ท
ี่พระพุทธเจ้าเสด็จออกมาจากเชิงป่าที่ภูเขาหิมาไล
แล้วก็ไปพบชาวบ้านที่เมืองสังกัด
ไอ้เมืองสังกัดนี่มันก็อยู่ใกล้เมืองสาวัตถี
อยู่ไปทางเชิงผูเขาหิมาไลเหมือนกัน
พระองค์คงเสด็จมาที่ตรงนั้น แล้วก็พบประชาชนที่นั้น
แต่ว่าคนเขียนนังสือสมัยก่อนนั้น อดไม
่ได้ที่จะให้มีฤทธิ์เดชปาฏิหารของแปลกๆ
เพราะว่าคนสมัยก่อนนั้นเชื่ออย่างนั้น มีความ
คิดไปในเชิงฤทธิ์เสด็จเรื่องครั้งเรื่องศักษิต
ถ้าไม่ศักษิตก็ดูมันโอนไป
จึงต้องเขียนในรูปอย่างนั้น
เพราะแต่มันใจถูกเผติ
และก็ต้องเอาฤทธิ์เดชเข้ามาช่วยชักยูง ให้คนเรื่อมใสสัทธา
จะได้ประพฤติดีประพฤติชอบกันต่อไป
แม้ในสมัยนี้ก็ยังมีเรื่องขลังเรื่องศักษิต
ที่เราไปกราบไปว่ายไปนมศการกัน
ทําอะไรก็ต้องมีเรื่องขลังขลังก็ไปซักหน่อย
ถ้าไม่มีเรื่องเกี่ยวก็ขลังดูมันไม่ค่อยจะเข้าทา
ก็เลยว่าขนไปอย่างนั้น
เราถือเอาใจความแต่เพียงว่าพระผู้มีประพาทยาว
เสด็จหลีกเล่นไปประทับอยู่ในป่าเงียบๆ
เป็นเวลา 3 เดือน
ครบแล้วพระองค์ก็เสด็จออกมา
สู้ประชาชนต่อไป
ประชาชนก็ให้การต่อรับ
ตักธรรมบุญตักบาด
กันตามประเพณี
เรียกว่าตักบาดเทวู
ถ้าเป็นวัตสาเกตก็
ในหมอนพระตั้งกบืดตา�ีฟา ให้เดินขึ้นไป
ท่านสมผาล้ กงจะiloาแต拭ทมากเพราะว่า ท่านสมบูรณ์หลานขาดมาก
ขึ้นฟูเขาทองช้าวเนี้ย กändigาป Morgan
ท่าาคงจะหลายหอบ
แล้วเดินลงก็กงจะหนื่อพอใช้
ท่าน Royal Polycarpian ช่วยลดขวามอ่วนให้ท่านลงไปให้เฉยบ้าง
และมาถึงบนถนนก็บินทบาทกัน เรียกว่าตักบาทเทว
ที่วัดนี้มาก่อนก็เคยทําเหมือนกัน แต่ทีเดียวนี้หยุดแล้ว
ให้คนมาตักธรรมดา ๆ
ไม่ต้องลงจากหน้าบูด
ให้ไปตักอย่างนั้น
มาตักตวายพระ เมื่อเช้านี้ก็มากันมาก
ที่เราได้เคยกระทํากันทั่ว ๆ ไป
วันไหนที่เป็นวันธรรมเนียม อาหารมักจะเหลือเฟือ
ฉันกันไม่หวาดไหว
เพราะทางคนต่างจะมาเอาบุญกันในวันนั้น ความจริงการก
ระทําความดีนั้นไม่จํากัดเวลา ไม่จํากัดอะไรทั้งนั้น เรา
จะทําเมื่อไหนก็ได้ แต่ว่าคนเรายังติดประเพณีกันอยู่
เช่น วันตุด วันสงกราน วันเข้าพันษา
วันสาธ
อะไรอย่างนี้ คนก็ทําบุญมาก
ทําบุญจนกระทั่งว่า ฉันกันไม่ไหว
เอาไปให้ใครต่อใครแล้วก็ยังไม่หมด
มันมากเกินไป
น่าจะยับยับยั่งยั่งไว้บ้าง แล้วเราไปทําเฉลียกัน
ในวันอื่น ก็ให้นึกว่า ถ้าออกพันษาแล้ว
เราก็ควรจะได้ทําบุญตักบาดในวันใดวันหนึ่ง
ที่เหมาะกับเรา
อยากจะเสนอแนะว่า ทําในวันเกิดดีกว่า
ไม่ใช่วันเกิดครบรอบปี
วันเกิดครบเจ็ดวัน
แล้วเราจะทําบุญตักบาด ที่สนามหลวง มัน
ไม่เข้าท่าแหละความจริง คือมันมากเกินไป
ตักมาก พระก็บินตบาดแล้วเอาไปเท
เอาเสือ หรือเอากบุงวางไว้ที่ตนมาคราม
เทสายแล้วไปรับอีก เอาไปวัดก็ไม่รู้จะเอาไปทําอะไร มันมากมายเกินไป
คือเรานัดคนให้ไปทําอย่างนั้น
น่าจะเพียงแต่ว่าวันปีใหม่เดือนใหม่ เรา
ชวนกันก็ทําความนี้กัน วัดเว้นจากความชั่ว
วัดเว้นจากการประนั้น การดื่มล่าวการเลวไหล
อะไร ๆ ต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นปี
จนกระทั่งตลอดปี เท่าว่าถือกันมันตลอดปี
ไม่ใช่ไปรุมกันทําเฉพาะในวันนั้น ๆ ซึ่งมันมากเกินไป
มันเหลือเฟือกแล้วก็สูญไปเสียเปล่า ๆ อันนี้เป็นเรื่องน่าคิด
แต่ว่าไม่มีใครค่อยคิดกันให้ถึงขนาดนั้นหรอก ทํากันธามธรรมเนียม
อาหารกับข้าวที่มันมาก
แล้วก็ฉันไม่ไหว
ถ้ามากเกินไป ตอนเย็นมักจะหิวทุกที
ก็มันฉันไม่ลง มองแล้วมันอื้อไปหมด ท้องมันอ
ืดไปหมด ฉันไม่ไหว ของก็เหลือ ท้องก็หิวแห้ง
มันก็ไปเปลี่ยตอนเย็น
ไอ้วันไหนไม่มีอะไรแล้วก็ฉันได้ blindness งาญแอง ก
ับข้าวอย่างเนี้ย CAP Khao Kao ก็ฉันเขาหมะคคดีأบสบาย
Bunun song เราก็เหมือนกัน ไอ้วันในมันมาก ก
ินไม่emie tasks แต่วันไหนนอย นอย ก็กินสบาย
ควรเป็นอยู่อย่างประหยัด
ทําบุญก็ทําอย่างประหยัดอดอ้อม
หรือว่าเราไม่ทําบุญด้วยการตักบาด
เราจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก็ได้
สมมติว่าเราจะตักบาดนี่จะใช้ประมาณ พบประมาณสักเท่าไร
พบประมาณในการตักบาด สมมติว่าร้อยบาด
แทนที่เราจะไปเข้าไปทําบุญร้อยบาด
ตักบาดด้วยข้าวด้วยปลาอย่างนั้น
เราเอาปัจจัยนั้นไปถวายไว้ที่วัด
เป็นกองกลางของวัด เพื่อใช้จ่ายในกิจการประศาสนา
เรื่องไฟฟ้าน้ําประปา
หรือเรื่องกิจการอื่นๆ ไปในวัดมันก็ต้องจ่ายทั้งนั้นแหละ
เ lip..
ก็ว่าไปตามเรื่องที่เราจะทําได้ ไม่ต้
องใส่บาทก็ได้ เพราะมีคนใส่มากอยู่แล้ว
อันนี้ก็จะช่วยให้เกิดการประหยัด
แต่ว่าทําเป็นประโยชน์มากขึ้น
อันนี้เป็นข้อคิด นํามาพูด
ว่าให้หยาดยมเอาไปคิดละ
ไม่ได้หยาชื่อตามอาตมาว่าโกรธ
แต่เอาไปคิดดูว่าเออ ข้าวทีดีหรือไม่
ท่าเราทําในรูปอย่างนั้น ท่าเราเห็นว่าข้าวทีเราก็ทําต่อไป
ถ่ายางเห็นว่ายังไม่ข้าวทีก็ทําตามเดิมต่อไป
สุดแล้วแต่ใจสมัครในเรื่องใดเอามาพูดให้แน
วคิดให้ยมทั้งหลาย เอาไปคิดนี้ประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่ง เมื่อออกปรรษาแล้ว มีง
านอยู่ประเพศหนึ่ง ที่เราทํากันทั่วๆไป
ก็เรียกว่างานกรรถิน
กรรถินในเมืองไทย เนี่ยรู้มั้ย เป็นเรื่องใหญ่ตูมาก ก
็ทํากันตั้งแต่พระเจ้าแผ่นดิน จนถึงประชาชนธรรมดาทั่วไป
จุดหมายของกรรถินนั่นอยู่ที่เรื่องอะไร
เรื่องต้องการทวายผ้าเกพระ เพราะว่าปีหนึ่งก็ทวาย
ผ้ากันเที่ยวทีหนึ่ง เพื่อให้ท่านได้ใช้สะดวกสบาย
ลาฝาก็กันด้วยใบไม้ พอกันแดดได้ กันฝนได้ พระก็อยู่ในที่นั้น
ทําหน้าที่อยู่ในสถานที่นั้นเป็นประจําตลอด 3 เดือน
พอปรรษาแล้วยังอยู่อีกเดือนหนึ่ง
ขั้นพ้นจากนั้นท่านก็เดินทางไป
จาริกไปตามสถานที่ทางต่าง
และก็อยู่ในตรงนั้น
อยู่ง่ายๆ ตามใต้ตนไม้ ประชาชนรู้ว่าพระมาอยู่ที่ไหน เขาก็มาหามาสู่
มาถามปัญหาชีวิต
มาปรึกษาเรื่องการดํารงชีวิต ว่าควรจะอยู่อย่างไร ควรจะคิดอย่างไร
ควรจะทําอะไร พระท่านก็แนะแนวให้
ไปเป็นหลักปฏิบัติ มีชีวิตสะดวกสบาย ต
ามสมควรแก่ฐานะ หน้าที่ท่านทําอย่างนั้น
เพราะฉะนั้นเมื่อออกประษาแล้ว ก่อนที่จะเดินทาง
ท่านก็เกรียมเครื่องนุ่งหมให้เรียบร้อย
เพราะว่าไอ้ที่นุ่งเก่า หมเก่าอยู่นั้น เป็นผ้าไฟหนาๆ หนักๆ
ตูกฝนแล้วมันตากไม่ค่อยแห้ง
หรือถ้าได้ผ้าใหม่ ก็เอามาเติมลงไปในผ้าเก่า เพราะว่ารูป จีวรต์
นั่น อาวุธเป็นชิ้นๆ เอาหลายชิ้นมาต่อกัน เตือนว่าสะดวกเกกานต่
อเกียกเราเทกรคนกริชก็ทําเป็นช่องซ์ แต่บนถนนที่ เขาทําเป็นช่อง เํา
ื่ออว่า Bürger กําลังสุชาติดาความสะดวก เพื่อจะไม่มากกรุดแง่ ก
ก็เอาไปเรียกผ่าดไว้ตามต้นไม้ ไปทิ้งไว้ตามป่าช่า
ทิ้งไว้ตามกองขยะ
พระชาวๆเดินไปพบข้าว ก็เก็บเอาไป
เรียกว่า ผ้าบังสกุล
ผ้าบังสกุลก็คือผ้าเปลือนขี้ผุ่นนั่นเอง
ถ้าพูดภาษาบ้านเราก็ ผ้าเปลือนขี้ผุ่น
ท่านเก็บไปก็ไปซัก
ไปพอก แล้วก็ไปตัดเย็บย่อมทําเป็นจีวรษ
ผ้าและกรดงุญาตรอจidaก็ได้
จึงรีบไปทวายกันตั้งแต่วันแรมคําหนึ่งเดือน 11
จนถึงกลางเดือน 12
มาในสมัยนี้ถ้าพูดเรื่องภาษณ์ ภาษณ์ท่านก็ไม่ค่อยจะขัดข้องเท่าไรแล้ว
เพราะมีคนทวายบ่อย ๆ
ให้ท่านได้ใช้
แต่บางทีก็ทวายใช้ไม่ได้ก็มีเหมือนกัน
โดยเฉพาะภาษณ์ใครที่บังสกุลทํางานสบ
ยาดยมไม่ค่อยจะรู้
โดยมาก่อนซื้อสงเดชจากป่าช่านะ
ป่าช่าวัดสมก็ก็มีไว้สําหรับให้ซื้อไปบังสกุล
ทุกป่าช่าก็มีไว้ทั้งนั้น
ถ้าพระวัดนั้นบังสกุล
เขาก็เอาไปคืนแก่ป่าช่า
ตวายปัจจัยตอบแทนไป
แต่ถ้าพระวัดอื่นไปบังสกุลได้มา ก็เป็นปัญหา เพราะมันภาพใช้ไม่ค่อยได้
มันเล็กบาง มันบางเกินไปบาง
โดยมากเขาไม่ได้เอามาใช้กันนะ เขาเรียกว่าไกยโยน
ก็ได้มาแล้วก็โยน ไว้มุมห้องก็โยนไว้
ถ้ารู้ว่าใครจะบวตลูกบวตหลาน พระฮั้นก็ใจดี
ฮั้นบอกว่า หาตาม้าให้ไกยหนึ่ง
ไกยที่ใช้ไม่ได้ ให้เขาไปแทน
แล้วก็เค้าก็เอาไปบวต ตกใช้ไม่ได้อีก
ที่นี่เจอบ่อย เวลามาบวตบอกว่าผมไม่ต้องซื้อประไไก
พระไห้แล้ว
บอกว่าแหม พระไห้นี่ท่ามันจะแย่
แล้วก็แย่จริงๆน่ะแหละ
เอามานุ่งแล้วมันก็ไม่ไหว
สบงมันก็ตื่นเกินไป
กี่วอนก็เล็ก
ก็ต้องจัดการหาให้ใหม่
อุปชาก็ต้องยอมขาดทุนไปชุดหนึ่ง
หาให้เขาต่อไป
แล้วทีหลังไม่เอาละ
ใครจะมาบวชบอกว่าซื้อเองไม่ได้
ต้องให้วัตรจัดหาให้สั่งมาไว้เสร็จแล้วก็คิดปัดใจเอาไปให้เขาหาตามหน้าที่
คนกลางไปก็ได้ผ้าเรียบร้อยใช้นุ่งใช้หมดสะดวกสบายไม่เสียสัตว์ทังสูญเปล่า
ในนี้เราจะบั่งสกุลสบเนี่ยอยากจะแนะนําว่า
ถ้าเรามีสะตังงน้อยไม่สามารถจะบั่งสกุลทั้งไกรได้
พื้นดิว็ก็ได้
เซบงสักพื้นยังแต่ให้ใช้ได้
กี่วอนสักตัวหนะยังก็ให้ใช้ได้
ไม่ใช่เก้า ใช้ สิบเก้ยแต่ไม่มีใครดีสัก
za买อามานี่พบมาบ่อย ๆ พระเฮศงานสบบ่อย ๆ
ถ้าเห็นก็ถวายภาคใกล้ก็นึกล่วงนานแล้ว ไม่ได้ขวามอีกแล้ว
แต่ว่ามันบอกไม่ทันไปถึงเทศเสียแล้ว
ถ้าบอกทันก็จะบอก ทีหลังนี้บอก
บอกว่า ยมเวลานี้บนอาตมาไปเทศ
ไม่ต้องจัดบริขานอื่นแล้ว
มันรุงรัง ถือหนักเปล่าๆ
ถวายปัจจัยมากๆ
อาตมาจะเอามาสร้างโรงเรียน
ไม่ได้เอาไปทําเรื่องอื่น
แล้วเขาก็ไม่จัด บางทีไปก็ถวายหมอนบ้าง อะไรต่ออะไรบ้าง
ไม่ใช่เราเป็นคนขี้นอนเมื่อไร จะต้องมีหมอนมากๆ
ยมก็ถวายหมอนขวานใบใหญ่ ได้มาแล้วก็แม้มันรกกุตติ ไม่รู้จะไปวางไว้ตรงไหน
ต่อมีวิธีระบายพระบานนอกมา ก็เอาหมอนนี้ไปด้วย
ก็ไม่ใช่ว่าอะไร ให้มันพ้นๆไป
ไม่ให้มันกล้องอยู่รกกุตติเท่านั้นเอง
หมอนนี้มันไม่ได้ประหยุดอะไร เราควรจะให
้สิ่งที่เป็นประหยุดที่ทางวัดนั้นต้องการ
เช่นว่านี้บนอาธมาไปเทศ
ได้ของไม่มีดีใจเลย
แต่ถ้าได้ปัจจัยแล้วค่อยชื่นใจ
ก็ได้เอามาเข้าบัญชีสร้างโรงเรียนต่อไป มันเป็นอย่างนั้น
จีมหอนก็ไม่ขัดของ
ยมถวายอยู่บ่อยๆ
กีวรสักผืนก็ให้ใช้ได้ ไอ้ทั้งใครก็เรียกว่าเอาหน้ากัน
มีสบแล้วแม้ สิบตราย
ทอดกันแล้วทอดกันอีก
ไอ้คนนั่งเผาก็นั่งรออยู่ นั่งเมื่อไหร่จะเผาสักที
พอทอดใจสุดท้ายแล้วก็ เห้ย ขึ้นไปบนมีดเหมือนกันจะไปแย่งอะไรกัน
ไม่มีระเบียบ เพราะว่าเวลามันจํากัด
ก็นี่เลยแนะนําว่า อย่าท่อ ทะ มันลายใจไป pedal อยู่
เอาง opportunities นี่ก็พอฮะ
ผู้มีเกียจคนเดียวก็พอฮะ
อัโรงภัย งานบางางาน ผู้มีเกียจมันมาก
ย่ายทั้งนั้น
เลยตองเชิญคนนั้น ต้องเชิญคนนี้มาให้น้อยหน้ากัน
อันนี้มันลําบาก
อันนี้ถ้าไม่ให้มีกลุ่มตัดปันหา
การิหัตมีเกียรติมันหลายคน
ตัดปัญหา นี่มนพระจะดีกว่า
พระที่ไปนั่งอยู่นั่น องค์ไหนมีเกียรติ
เรียกว่าใหญ่กว่าเพื่อน องค์นั้นเอาเลย
มนไปต่อ ทอดผ่าน แล้วก็จุดไค้ให้เลย หมดเรื่อง
การิหัตก็ไม่ต้องนั่งเกียงกันว่า จะเอากลัยก่อน
ก็จะเอาภาพนี้เกียงกัน ผู้แขกก็ไม่เกียง
แต่จะเอากลัยร่า過คล
ก็ไม่ได้จุดเป็นพิธี
เขาเรียกว่าสการะสบ
ไม่เรียกว่าเผาหลอก
คําว่าเผาหลอก ฟังแล้วมันไม่ดื้อนหูอะไร
ควรจะเรียกว่า ประชาชนที่มาในงานร่วมกันสการะสบ
แล้วเวลาเผาก็เผากัน เข้าเตาเผา
ผู้เผาจริงๆ ก็คือสัปปะเรอ
แต่ว่าคนจุดไกลคนแรกก็มี
จุดวางไป
ก็เขาก็จุดเขา omen เป็นนาทีเขาจะต้องผ่าวไป
แต่มันเรื่องเกี่ยวอน cycles เรียกว่า เวลาจัดการเวลาแห้ง
��สูยกี่ท่านคนโห่ะ ปีต้องดึก
แต่ลูกสาวที่เป็นนายกอยู่แดวนี้
มีหลานชายสองคน
ก็เลยให้หลานชายคนที่อายุแก่เนี่ย
เป็นผู้จุด หมดเรื่อง
ไม่ต้องเอาผู้มีเกียจไหน
ก็วางมาตั้งแต่สี่พันปีแล้ว
อย่างนั้น เป็นธรรมเนียมไป
มันก็ดีไปเหมือนกัน
ไอ้ของเราเนี่ยมันก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ตามกาละเทสะ
มันก็เกิดปัญหาพอชาย
และก็พูดเรื่องออกพันษาแล้วไปออกเรื่องเผาสบไปด้วย
มันเรียกว่ามันผาดทิ้งไป
เรื่องคันทําบุญที่เป็นประโยชน์ ผาดทิ้งไปตึงอย่างนั้น
ตีนี้เรามาพูดกันต่อไปว่าออกพันษาแล้ว
ควรจะออกหรือควรจะทําอะไร
คนที่เข้าพันษาแล้วตั้งใจอดเล่า
ไม่ดื่มสามเดือน
วันนี้นี่ดื่มใหญ่
กลับไปสู่ภาวะเดิมต่อไป
ขึ้นมาอยู่ในที่สะอาดเรียบร้อย สามเดือน
พอวันออกก็กลับไปสู่ภาวะเดิม เอามาดูน
ึกนึกดูแล้วมันไข้กับว่าเราเลี้ยงสูนัส
ก็เหมือนคนขี้เมาทั้งหลาย
ที่ว่าพอเข้าพันษาก็หยุดสามเดือน
แต่พอออกพันษาก็ไปคลุกกับหวดต่อไป
อย่างนั้นมันก็ไม่ไหว
เขาเรียกว่าไม่ชนะ
ชนะแล้วไม่รักษาความชนะไว้
ความชนะไม่ร
ักษา ความชนะ cueta
ปีนี้ก็เรียกว่าปีคนสูงอายุ ก็ปีก็คนแก่นั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องอะไร
น่าจะบัญญัติสักครั้งนึงว่า ปีแห่งใช้ชนะ
ชนะกิเลส ไม่ใช่ชนะอะไร
ชนะการพันนัน ชนะการเที่ยวเตรยามคําคืน ชนะความสนุกสนานไม่เข้าเรื่อง
ชนะความเกียจคร้าน ชนะความอ่อนแอ
น่าจะชักชวนกันอย่างนั้นบ้าง โดยเฉพาะประเทศไทย
และก็ตายเอง ไม่มีใครไปเล่นแล้ว เลือกกันไป ร่านลาวกับคนไม่เข้า เข
าก็เปิดไปสมัย เปิดก็ไม่มีคนดื่ม เขาก็เลือกฆ่าลาว ไปฆ่าของอื่นต่อไป
อะไรตะไรที่เป็นของชั่ว ของร้าย เราชวนกันเลือกมันให้หมด
เราออกจากสิ่งเหล่านั้นให้หมด
ก็คนมันก็ไม่ทําชั่ว ความชั่วมันจะอยู่ได้อย่างไร
แต่ต้องพิจารณาตัวเราเอง
ว่าเรามีอะไรบกพร้อมไม่ดีไม่งามอยู่ในตัวบ้าง
แล้วเราคิดว่าต้องออกจากสิ่งนี้
ออกจากสิ่งไม่ดีไม่งามเหล่านี้ไป
เพราะถ้าเราขืนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ต่อไป
เราก็พิจารณาดูว่า ฐานะเป็นอย่างไร การเงินเป็นอย่างไร
การสมาคม มีคนประเพชรใดมาสโคคสมาคมกับเรา
อย่างนี้เขาเรียกว่า บําเพ็ญบารมี
ที่เรียกว่า เนกขัมมะบารมี
เนกขัมมะก็คือการออกจากสิ่ง
ไม่ดีไม่งามด้วยประการต่าง ๆ
เช่นเจ้าชายศิษฐธานี่ ท่านออกจากสิ่งเหล่านั้น
ท่านอยู่ในวัง
ท่านมีความสุขความสบายตามแบบคนในวัง
แต่ว่าท่านเห็นว่า มันไม่ได้เลือกอะไร
ชีวิตไม่มีประยูต แก่คนศัวรรถมาก
ไม่มีแก่คนศัวรถน้อย
แล้วก็อยู่ไปอย่างนี้ตายไป
ไม่มีอะไรที่เป็นสาระ เป็นแก่น เป็นสาร
ทานพิจารณานาไปในรูปอย่างนั้น
วHDทุกข์ก็ออกไป
ออกไปจากวัง
เขาเรียกว่า มหาพิเนษะกรม
มหาบินิสกรม คือการออกอย่างยิ่งใหญ่ ไม่มีใครเคยออก
อย่างนั้น แม้คนอื่นก็เคยออกแต่ว่าไม่ถึงอย่างนั้น
ฐานความเป็นอยู่ ความเป็นใหญ่มันไม่มี
เช่นว่าคนออกไปบวชมันก็มีเหมือนกัน แต่ว
่าไม่ใช่เป็นกรสัตว์ ไม่ใช่เป็นเจ้าฟ้าชาย
ท่านเป็นเจ้าฟ้า เป็นมากุฏราชกุมาร
ตําแหน่งที่อยู่ข้างหน้านั้น เป็นตําแหน่งที่ใครๆ อยากได้
ถึงก็ต้องลบเย่งกัน เพื่อความเป็นใหญ่ในเรื่องอย่างนั้น
นํียวกว่าวา ท่านออกไปอย่างนั้น
เพ่อตั้งไม้อ производของท่าน
ออกไปที่สมอπอยู่ cause you're the best
และไปเจอพระพุทธเจ้าก็ได้ดําเนินชีวิตตามแบบที่พระองค์บอกให้
เช่นท่านมหากัดสปะ
กับนางพัตตกาปิลานีสองคนสามีพระยาน
ท่านก็เป็นลูกเสดถีมั่งมีทรัพย์สมบัติเหมือนกัน
ต่อมาก็พ่อแม่ตาย
เมื่อพ่อแม่ตายท่านก็รับมรดก
ที่จะต้องบริหารต่อไป
ท่านก็บริหารงานไปด้วยดี
และท่านก็คิดว่า อ้าว มันเรื่องอะไร
ที่เรามานั่งรับบาปของคนทั้งหลายทั้งปวงอยู่อย่างนี้
เราควรจะออกไปอยู่ป่าหาความสงบใจเสียดีกว่า
คนสมัยนั้นมีจิตใจโน่มเอียง
ไปในทางที่จะออกป่าอยู่ ไม่ใช่น้อยเหมือน
กัน แล้วก็เลยท่านทั้งสองคนออกเป็นนักบวช
ไปอยู่ทั้งสองคนอยู่ในป่าอย่างนักบวช
ท้างนี้ Including และเป็นบริเธอตร์ที่เขาหน่วยvantage
ช่วยร่างท่าน
ก็ได้บัลลุเป็นพระอรหัน สําเร็จตามความต้องการ
ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ ที่พระผู้มีพระภาคยกย่องมาก
ยกย่องว่าเป็นผู้เคร่งคัดในทุดง
ก็ท่านอยู่ป่า ถือภาเพียงสามพื้น
บินทภาษณ์เป็นวัด
ไม่มีอะไรอื่น
แล้วก็ประพฤติเป็นตัวอย่างแก่ผู้น้อยทุกแง่ทุกมุม
เวลาพระพุทธเจ้านิพพาน ก็พระมหากัตสปานี่แหละเป็
นหัวหน้าในการจัดงานเกี่ยวกับพระสบเป็นประทานสูง
แล้วก็เป็นประทานในการทําสังคาญญาครั้งเรก
มือพระภูมิพระภาคพันชณญ ผ่านไปแล้วสามเดือน
orer scalawrift ได้ประ Namenงานวิทยุ Chiangeduckoไตเหวก่อย
จริง!
eton ส AidaisouriExuketv-siklu SasakameeologicalZoology
sequent parenth Ianayamajjang
Bazson
noncards
นอนสอนไม่ฟัง กี่เกียจจะเห็นหน้ามันแล้ว ผมจะไปบวดเสียเลย
บวดอย่างนั้นก็มี อย่างนี้ก็เรียกว่าอึดอัด
มันอึดอัดไม่ใช่ปัญญา
พอมาอยู่วัดคอยปรวงปรวง อ้า
สึกอีกแล้ว
ไปอยู่กับแม่บ้านคนนั้นต่อไป
มันหายอึดอัดแล้วก็ไปอยู่กันต่อไป
อย่างนี้ก็เรียกว่าพวกอึดอัดขัดใจ ไม่ใช่พวกปัญญา
การออกบวดของพระพุทธเจ้าชายศิษฐฐะของพระมหากัศปะ หรืออ
ีกหลายองค์ในครั้งนั้น เรียกว่าออกบวดด้วยปัญญาทางนั้น
ประพูดให้ดี
สําเร็จจุดหมาย ปลายทางตามหลักพระพุทธศาสนา
แล้วก็ได้ช่วยงานพระพุทธเจ้า
พระอรหันทั้งหลายนั้นไม่ใช่ผู้เกียจคร้าน
ไม่ใช่ผู้อยู่นิ่ง
แต่มีชีวิตอย่างว่องไหว
ตื่นตัวเก้าหน้าอยู่ตลอดเวลา
ตื่นตัวว่องไหวเก้าหน้าในการทําประโยชน์แก่สังคม
ไม่ได้อยู่นิ่งอยู่เฉย
เราอย่านึกว่าเป็นพระอรหันแล้ว ท่านคงจะเดินนิ่งๆอยู่ในปลาเงียบๆ ไม่ใช่
อย่างนั้น ท่านทํากิจของท่านสําเร็จแล้ว แล้วท่านก็ไปทํากิจเพื่อผู้อื่นต่อไป
ท่านสงสารคนมีน้ําใจเอนดูกรุณาต่อประชาชนทั้งหลาย
ตีเวียนไว้อยู่ในกองทุกกองร้อน
ท่านก็ไปดึงข้าออกจากทุกความเหนื่อยดร้อน
ออกจากความมั่งมีไปอยู่กับความยากจน
ออกจากความคยันไปอยู่กับความเกรียดคล้าน
โดยคิดว่าเกรียดคล้านนี้ไม่ต้องทําอะไร ออกไปสู่ความเสียหาย
ไม่เป็นการถูกต้อง
การoden ซึก 55 ระยะฝ!
และสิ่งที่ไม่ถูกต้องกันต่อไป มันก็ไม่ถูก ไม่เข้าฐานะ
เพราะงั้นจึงควรจะถือว่า ได้เดินมาในทางที่ถูกที่ชอบแล้ว เป็นทุนสามเดือน
และเลือกอะไรที่เป็นเรื่องอบายมุก
มาได้แล้วสามเดือน ก็เรียกว่าชนะ
ชนะมาถึงสามแล้ว อีกก้าวก็ต้องขยับต่อไป
ทีละเดือน ทีละเดือน จนครบเก่าเดือน ครบหนึ่งปี
ก็เรียกว่าเราอยู่ในปีแห่งชัยชนะ
ในปีแห่งความเก่าหน้า ในปีแห่งการเสวงหาปัญญา นั่นเป็นการชอบการควร
ในระดูออกพันษานี้ ลูกหลานคงหญาตยูมนี้ก็จะสึกไป
ที่มาหมวดนี้ก็เคลียมสึกกันแล้วละ
ความที่หมวดนี้
จะสึกวันพรุ่งนี้ก็จะมีแล้วก็สึกกันไปเรื่อย ๆ
เหมือนที่มาหมวดวัดนี้ ก็พวกเขาจะสึกกันไป
เรื่อย ๆ แต่ว่ามีอยู่ชุดหนึ่งประหมาด59รูป
อ่านดาบิดดา อวดพี่อวดน้อง อวดเพื่อนอวดถุง
ว่าฉันนี่ไปชุบตัวมาแล้ว
ด้วยคุณงามความดีตามหลักประศาสนา
ก็ต้องเอาความดีนี่ไปใช้ ให้คนอื่นเห็น
อย่าเอาความชั่วไปให้คนอื่นเห็น
ให้ใครเห็นแล้วก็ชมว่า โอ้ว เจ้านี่
ไปบวชมาสามเดือนนี่ มันดีขึ้นเยอะ
เรียบร้อยขึ้นมาก อย่างนี้แล้วก็ใช้ได้
หมอวานสือนี้ก็พบคนแก่คนหนึ่ง
แกมาหานสบคุณอนามิตรเนี่ย แล้วก็เสร็จเทศให้ฟังแล้วก็ลงมานั่งกราบ
รายงานตัวแทนลูกชาย
บอกว่าลูกชายผมมันมาบวชที่นี่
บอกเออ นั่นเป็นยังไง
บวชแล้วมันเป็นยังไง
มันเรียบร้อย
เดี๋ยวนี้บ้านผมมันใกล้กับวัดไปจากแล้ว
มีการสวดหมลทุกเย็น
ลูกชายก็นํา ผีๆนองๆสวดหมล
ให้ผมเป็นพ่อ ก็เลยไปสวด กับมันด้วย
แล้วมันพาเพื่อนพาผู้มาสนธนาธรรมะถ้ําลวกัน
สภาพบ้านกลายเป็นวัดผงกัน อ่าว แล้วมันไปยังไง
บ้านกลายเป็นวัด มันดีไหม
อ้อ! มันสบ้าย vos 你เหมือนสบายใจครับ
เพราะว่าลูกไรมาบวด
แล้วก็ทํางานทําการเรียบร้อย
มันไม่ค่อยหว่าง ไม่ได้มาเยี่ยมหลวงพ่อ
ไม่ต้องมาเยี่ยมเนอะ ถ้าอยู่อย่างนั้นมันอยู่ใกล้หลวงพ่อแล้วละ
แต่ถ้ามาเยี่ยมกลิ่นบางอีก ขันฟุ้งมันยังอยู่ห่างหลวงพ่อ
มันมา ไอ้บางคนมันมาเยี่ยมเหมือนกันละ
แต่ว่า แม sprint จะมาตั้งเตะอะ crossing
ส์ ตองเปยึง�� Mé
ประพฤติตนไม่ดีไม่งาม
ใครๆ เขาก็ว่าไอ้นี่แม่ ไม่ได้เรื่องอะไร
ไปบวชแล้วเหมือนก็ไม่ได้บวช
เพราะไม่ตั้งใจบวช
บวชเพราะพ่อแม่บังคับมา
ไม่ตั้งใจศึกษา
ไม่ตั้งใจอบรม
เลยเป็นคนไม่ใช่ไม่ได้
อย่างนี้เรียกว่าออกเหมือนกัน
แต่ว่าออกจากคุณธรรม
ไปอยู่กับสิ่งที่เป็นอธรรมไป
ไปอยู่กับความชั่วความร้าย เป็นการออกที่ไม่ถูกต้อง จึงค
วรจะถือเอาคําว่าออกนี้ให้เป็นประยุค ด้วยการพิจารณาตัวเอง
ให้รู้ว่าเราควรจะออกจากอะไร
ไม่กรม�จําผม
ไม่มาหาหรือมาสู้
ไม่โกรธใจเย็น ไม่โกรธใจเย็น
กระประทราชมันทํางานไม่สําอําเสมอ หัวใจเต้นผิดปกติ
นานๆก็จะเป็นลุ้มไป เพราะอาการอย่างนั้น คนเรามันเป็นลุ้มง่าย
เสียใจก็เป็นลุ้ม
ดีใจก็เป็นลุ้มได้เหมือนกัน เห็นอะไรดีใจเกินไปก็เป็นลุ้ม
ไปเลย หัวใจเต้นไม่ตัน เพราะความดีใจมันมาก เสียใจมากก็เป็น
และก็มีความดีใจ มันต้องรักษาระดับจิตใจอยู่ในสภาพคงที่
ไม่ตื่นเต้น
ไม่หวาดเสียว ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย
ให้อยู่ในสภาพปกติ
คงที่
ภาษาธรรมะเขาเรียกว่า ตาที่บุกกล
ตาที่แปลว่าคงที่
ไม่อยู่โครงหวั่นไว้ไปด้วยอารมณ์อะไรๆ
กรุตบ่อยเพราะเราไม่เห็นว่า ความกรุตน่ากรียด
มันยังน่ารักอยู่ ยังน่าทําอยู่ แล้วก็เผลอทําไปบ่อยๆ
แต่ถ้าเราคิดบ่อยๆ มันน่ากรียด คนอย่างเราสแ
ดงอาการอย่างนั้น มันคล้ายกับเด็กตัวน้อยๆ ไป
เด็กน้อยๆ มันจะกรุตเมื่อไรก็ได้ มันจะร้
องเมื่อไรก็ได้ มันจะหัวเร้าเมื่อไรก็ได้
ก็เลยสังเกตเด็กตัวน้อยๆ ที่มากุตตีทุกวันทุกวัน บางท
ีมันก็ หึ ลึกมาเฉยๆ มันร้องเข้ามา ไม่มีเหตุมีผลอะไร
มันร้องมาเดี๋ยวมันหัวเร้าออกมาเฉยๆ อ๋อ นี่เด็กมันสภาพ
อย่างนั้น อันนี้ผู้ใหญ่เราถ้าทําอย่างนั้นก็เหมือนกับเด็ก
เหมือนกับเด็กสี่ขวบอะไรอย่างนั้น แล้วมันจะดีอะไร
คนอื่นเขาเห็นก็หัวเร้า เขาแอบหัวเร้ากลางลับหลังบ้าง อันน่าเข้าข
วาหัวเร้า ให้เราเห็นก็หัวเร้าก็ชัดจะโกรธขึ้นหนักขึ้นไปอีกว่า แก
หัวเร้าอะไร หัวเร้าข้าเร็ว อ่ะ แล้วเราก็เพิ่งความโกรธให้ขึ้นอีก
การจริงควรเสียงว่า อ่อ เนี่ยเขาหัวเร้าเรา เพราะเห็นว่าเราเนี่ย
เป็นคนใจง่าย โกรธง่าย ไม่มีการบังคับตัวเอง ไม่มีการควบคุมตัวเอง
เขาจึงไปแอบหัวเร้าย้อเราอย่างนั้น มันไม่เป็นก
ารสมควรที่เราจะให้เด็กน้อย ๆ มันหัวเร้าย้อเรา
และถ้าศึกมันจะมาจมตี ก็ต้องส่งทหารไปลาตรวีนชายเดนไว้ ในบ้านก็ต
้องอยู่กันอย่างความสงบ สามากขี้กัน ตามหน้าที่ของตนให้เรียบร้อย
และถ้าเราแพ้กิเลส ก็แพ้หมด อะไร ๆ ก็แพ้ไปหมด
เพราะฉะนั้นต้องยิน ๆ ทันใจยิน ๆ ไว้
อย่าให้ร้อน อย่าให้โกรธ อย่าให้เคืองอะไร
ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วก็รีบตัดออก
รีบตัดออกด้วยประขันคือปัญญา
เขาเรียกว่าปัญญานี่เป็นประขันเพชร ตัดสิ่งชั่วสิ่งร้าย
ขอให้ยาจมทั้งหลาย
อย่าได้ออกจากพระ
ให้อยู่กับพระต่อไป
มาวัดตามปกติ ควังธรรมไปตามปกติ ทุกวัน ทุกวัน
ให้ถือว่าเป็นการกัดธรรมที่ติดต่อเรื่อยไป
จนตลอดชีวิตของเรา มากันอย่างนี้
ทุกวันฉวนพื่อนมาวัด ควังธรรมกัน เพราะการแสดงธรรมก็แสดงกันตลอดปี
อามาเนี่ยไม่ออก เรียกว่าแสดงกันเรื่อยไป
ไม่ไปไหน ในปีนี้ก็ไม่ไปไหน
ไม่ไปใกล้ ๆ ไปบ้างไปเชียงใหม่บ้าง ไปนั่นบ้าง
แต่วันนาทิตย์ก็กลับมา พบป่ากระยาดยอมUE
อยาดยมก็ให้นึกไว้ในใจว่า ทุกวันนาทิตย์มีนัดพบกันที่วัดชนประทาน
แล้วเราก็มาพบกันที่นี่ ตามปกติ
ก็ถือว่าไม่ได้ออกจากแนวทาง
หรือเส้นทางของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ชื่อไว้ให้เดิน
พระพุทธเจ้าปลอดภัย
แต่เราเดินออกไปนอกทางมันก็ไม่ปลอดภัย มันสร้างปัญหา
ขอให้ยาดยมทั้งหลายได้คิดได้นึกในรูปอย่างนี้
ดังแสดงมาในวันนี้ก็สมควรแก่เวลา
ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้
ตอนนี้ไปก็ขอเชิญยาดยมนั่งสงบใจ
เป็นเวลาห้านาทิ
สงบใจคือนั่งตัวกรง
หลับตาเท่าน่อย ไม่ยุ่ง
และก็กําหนดลมหายใจเข้า��분
อย่าให้ไปคิดเรื่องอื่น นึกเรื่องอื่น
เป็นเวลาห้านาที เชิญได้
ยืนสํารมจิตแปลเมตตา
ปราธนาความสุขแก่สันภษัททั้งหลาย
สะเพสตา สะเพสตา
อเวรา อเวรา
อพยาปชา อพยาปชา
อนิคา อนิคา
ถุกขี้อตตานัง ฝริกหรรัมธุ ฝริกหรัมธุ
ปัศทั้งหลาย พี่เป็นเพื่อนทุก
เก่แกแดบตาย
ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถอะ
อย่าได้มีเวรซึ่งคันและคันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
อย่าได้เบียดเดียนซึ่งคันและคันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
อย่าได้มีความสุขกายทุกใจเลย
จงมีความสุขกายทุกใจ
รักษาตนให้พ้นจากทุกภัยทั้งสิ้นเถอะ
เป็นการแสดงปาถคตาธรรมเรื่อง
ออกให้ถูกทางโดยพระธรรมโกษาอาจารย์ปัญญานําทัพิคุ
วัดชุลปทานลังสริปปากรรด นทบุรี
ได้แสดงไว้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมพุทธสกรรรษ
2,525 ขอเชิญท่านสาธุชนรับฟังได้ นะบัดนี้
อาหยาดยม
อาหยาดยมพุทธบริษัททั้งหลาย
นะบัดนี้
ถึงเวลาของการฟังปาถคตาธรรม
อันเป็นหลักคําสอนในทางพระพุทธศาสนาแล้ว
ขอให้ทุกท่านอยู่ในอาการสงบ
นั่งพัก
นะดมไม้
ตรงใดตรงหนึ่ง
ซึ่งสามารถจะได้ยินเสียงจากเครื่องขยายเสียงนี้ได้
แล้วก็สงบปาก สงบคํา
ใช้แต่หู
เพื่อฟังเสียงที่ดังไปจากเครื่องขยายเสียง
มีอะไรจะพูดจะคุยกันก็ค่อยพูดกันทีหลัง
เมื่อก่อนเทศจบแล้ว
ก่อนฟังใกล้เคียงจะได้สบายใจ
ก็ต้องหยุดอยู่กับที่ตรงไหนตรงหนึ่ง
ใส่กุญแจที่ให้แรบเรียบร้อย
อย่าเพลิ้อ
คนไทยนี่ไม่ค่อยชอบคนเพลิ้อ
ถ้าใครเพลิ้อแล้วก็ให้บทเรียน
และลําบากเดือดร้อนในฝ่ายหลัง
และก็ตั้งใจฟังให้ดี
เพื่อเอาไปใช้ในชีวิตประจําวันต่อไป
วันนี้เป็นวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคม
กรุงกับวันที่สาม
เป็นวันอาทิตย์แรก
ของวันออกพันศา
เมื่อวานนี้เป็นวันพระ กรุงกับวันเศร้าพอดี
หญาตยมก็มีโอกาสได้มาวัด
ได้ตบมเป็นกิจทางประศาสนา
เติศีลควังธรรม จะเริ่นภาวนา
กันไปตามฐานะ
เมื่อเช้านี้ก็มีคนตักบาท
ก็เรียกว่าตักบาทเทว
คําว่าเทวนั้นเป็นคําตัดเอาข้างหน้า
คําเต็มว่าเทวโรฮันะ
เทวโรฮันะแปลว่า การสดิตลงมาจากดาวดึง ของพระผู้มีพระพาคเจ้า
เพราะว่าในตํานาน
กําพีพระอบิทธรรม
คือคําพีอบิทธรรมนี้ เมื่อเกิดขึ้นในภายหลัง
ก็ต้องเขียนตํานานให้มันสละสลวยหน่อย
ว่าอบิทธรรมนี้เป็นธรรมะลึกซึ่ง
พูดกับคนไม่รู้เรื่อง
ต้องไปพูดกับเทวดา
แล้วก็มีพระพุทธมาลดาอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต
ได้สดิตมาฟังด้วย
เทศติดต่อกันไปตลอด สามเดือนไม่หยุดเลย
พระพุทธเจ้าเทศไม่หยุด ไม่ฉันอาหาร
ไม่ได้พักพร
แต่ท่านบอกว่า พระองค์ก็แบ่งภาคลงมาบินทะบาดเหมื
อนกัน แต่ไม่ได้บินในเมืองมนุษย์ ไปบินเทวีบอูดอน
คนโมรานก็แบ่งเทวีบออกเป็นสี่
เอาภูเขาหิมาไล้เป็นหลัก เพราะมันสูงคําค้า มองไม่เห็นยอด
ก็เลยว่าถ้าอยู่รอบๆเขานั้นเป็นเทวีบ เทวีบด่านบ
ุรภา ด่านตะวันตก ด่านตะวันออก ด่านเหนือด่านไตร
บันดัยมีสามเงินทองแก้ว
พระองค์เลินลงตามบันดัยแก้ว
เพราะเงินทองเนี่ยเป็นของไม่เหมาะแกะสมณะ
เลยโดนเดินทางบันดัยแก้ว
ชาวบ้านใดทราบก็ดีใจ
มาตอนรับขับสู้กันเป็นอย่างมาก
อันนี้ก็เป็นเรื่องว่า
พระพุทธเจ้าในพันษานั้น
คงสะเด็ดหลีกเล่น
ไปอยู่จําพันสาเชิงพุเขาหิมาไล
ซึ่งหิเมาไล่
ซึ่งอยู่ไกลไปจากเมืองสาพัธตีที่เคยประธับ
ถ้าเราไปยืนอยู่ที่เมืองสาพัธที จะมองเห็นพุเขาหิมาไล
ระยิบระยับด้วยแสงแดด
ที่ระยิบระยับก็เพราะเป็นน้ําเข็งไปทั้งพุเขา
แดดสองก็ดูระยิบระยับไป
เหตุการณ์นี้ผู้เขียนคําพีในตอนหลัง
ยังได้เขียนว่า พระองค์เสด็จไปอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึง
แล้วก็แสดงธรรมปรดพุทธมาลดา
ธรรมที่เต็ดปรดนั่นคือคําพีอภิทธรรม ก็เพราะว่า
คําพีอภิทธรรมนี่เพิ่งเกิด ภายหลังพุทธปรินิพพาน
และก็มีเรื่อง
ว่าพระองค์เสด็จอยู่ที่เมืองนั้น ประภิกษุกระทําความผิด จ้าวบ้านตีเตียน
พระองค์จึงได้บัญญัติพรวินัยข้อนั้นขึ้น
ไว้ ให้เป็นหลักปฏิบัติสําหรับหมู่ขณะต่อไป
เมื่อมีอภิทธรรมเกิดขึ้นในตอนหลัง
ขึ้นถึงก็ไม่มีคํานําต้น
ขึ้นถึงก็ว่า คุสลาธรรม อคุสลาธรรม อปยาคตาธรรม เป็นหัวข้อ
แล้วก็อธิบายเรื่อยไป
ถ้าเขียนเสร็จแล้ว ก็เกิดปัญหาว่าเอง
จะให้พระพุทธเจ้ากัดที่ไหนดี
สัดกับใครดี
ก็เลยเห็นว่ากัดกับมนุษย์นี่มากแล้ว
ควรจะให้ไปกัดกับเทวดาเสียบ้าง ก็เลยดันขึ้นไปชั้นดาวดึง
แล้วก็ไปพูดกับพระพุทธมารดา
ให้ฟังภาษาอภิทธรรม
ถ้าเจ้าหายไป ก็ไปสวดอภิทธรรม
ให้สมกับว่าเป็นสองสูง
เป็นเรื่องที่เทวดาก็ควังกัน
แต่ว่าสวดแล้วมนุษย์ควังไม่รู้เรื่อง
สวดจบเดียวยังควังไม่รู้ ดันสวดอยู่ตั้งสี่จบไม่รู้ว่าเรื่องอะไร
ก็เรียกว่าทําไปต่ํากัน ไม่มีความคิดก้าวน่า
ไม่รู้จักปรับรุงเปลี่ยนแปลง
เพื่อให้อะไรมันถูกต้องดีขึ้น ก็เลยทํากั
นอยู่อย่างนั้น ต้นเรื่องมันเป็นอย่างนั้น
เพราะงั้นวันออกพันศา ความจริงก็เพียงครั้งเดียว ท
ี่พระพุทธเจ้าเสด็จออกมาจากเชิงป่าที่ภูเขาหิมาไล
แล้วก็ไปพบชาวบ้านที่เมืองสังกัด
ไอ้เมืองสังกัดนี่มันก็อยู่ใกล้เมืองสาวัตถี
อยู่ไปทางเชิงผูเขาหิมาไลเหมือนกัน
พระองค์คงเสด็จมาที่ตรงนั้น แล้วก็พบประชาชนที่นั้น
แต่ว่าคนเขียนนังสือสมัยก่อนนั้น อดไม
่ได้ที่จะให้มีฤทธิ์เดชปาฏิหารของแปลกๆ
เพราะว่าคนสมัยก่อนนั้นเชื่ออย่างนั้น มีความ
คิดไปในเชิงฤทธิ์เสด็จเรื่องครั้งเรื่องศักษิต
ถ้าไม่ศักษิตก็ดูมันโอนไป
จึงต้องเขียนในรูปอย่างนั้น
เพราะแต่มันใจถูกเผติ
และก็ต้องเอาฤทธิ์เดชเข้ามาช่วยชักยูง ให้คนเรื่อมใสสัทธา
จะได้ประพฤติดีประพฤติชอบกันต่อไป
แม้ในสมัยนี้ก็ยังมีเรื่องขลังเรื่องศักษิต
ที่เราไปกราบไปว่ายไปนมศการกัน
ทําอะไรก็ต้องมีเรื่องขลังขลังก็ไปซักหน่อย
ถ้าไม่มีเรื่องเกี่ยวก็ขลังดูมันไม่ค่อยจะเข้าทา
ก็เลยว่าขนไปอย่างนั้น
เราถือเอาใจความแต่เพียงว่าพระผู้มีประพาทยาว
เสด็จหลีกเล่นไปประทับอยู่ในป่าเงียบๆ
เป็นเวลา 3 เดือน
ครบแล้วพระองค์ก็เสด็จออกมา
สู้ประชาชนต่อไป
ประชาชนก็ให้การต่อรับ
ตักธรรมบุญตักบาด
กันตามประเพณี
เรียกว่าตักบาดเทวู
ถ้าเป็นวัตสาเกตก็
ในหมอนพระตั้งกบืดตา�ีฟา ให้เดินขึ้นไป
ท่านสมผาล้ กงจะiloาแต拭ทมากเพราะว่า ท่านสมบูรณ์หลานขาดมาก
ขึ้นฟูเขาทองช้าวเนี้ย กändigาป Morgan
ท่าาคงจะหลายหอบ
แล้วเดินลงก็กงจะหนื่อพอใช้
ท่าน Royal Polycarpian ช่วยลดขวามอ่วนให้ท่านลงไปให้เฉยบ้าง
และมาถึงบนถนนก็บินทบาทกัน เรียกว่าตักบาทเทว
ที่วัดนี้มาก่อนก็เคยทําเหมือนกัน แต่ทีเดียวนี้หยุดแล้ว
ให้คนมาตักธรรมดา ๆ
ไม่ต้องลงจากหน้าบูด
ให้ไปตักอย่างนั้น
มาตักตวายพระ เมื่อเช้านี้ก็มากันมาก
ที่เราได้เคยกระทํากันทั่ว ๆ ไป
วันไหนที่เป็นวันธรรมเนียม อาหารมักจะเหลือเฟือ
ฉันกันไม่หวาดไหว
เพราะทางคนต่างจะมาเอาบุญกันในวันนั้น ความจริงการก
ระทําความดีนั้นไม่จํากัดเวลา ไม่จํากัดอะไรทั้งนั้น เรา
จะทําเมื่อไหนก็ได้ แต่ว่าคนเรายังติดประเพณีกันอยู่
เช่น วันตุด วันสงกราน วันเข้าพันษา
วันสาธ
อะไรอย่างนี้ คนก็ทําบุญมาก
ทําบุญจนกระทั่งว่า ฉันกันไม่ไหว
เอาไปให้ใครต่อใครแล้วก็ยังไม่หมด
มันมากเกินไป
น่าจะยับยับยั่งยั่งไว้บ้าง แล้วเราไปทําเฉลียกัน
ในวันอื่น ก็ให้นึกว่า ถ้าออกพันษาแล้ว
เราก็ควรจะได้ทําบุญตักบาดในวันใดวันหนึ่ง
ที่เหมาะกับเรา
อยากจะเสนอแนะว่า ทําในวันเกิดดีกว่า
ไม่ใช่วันเกิดครบรอบปี
วันเกิดครบเจ็ดวัน
แล้วเราจะทําบุญตักบาด ที่สนามหลวง มัน
ไม่เข้าท่าแหละความจริง คือมันมากเกินไป
ตักมาก พระก็บินตบาดแล้วเอาไปเท
เอาเสือ หรือเอากบุงวางไว้ที่ตนมาคราม
เทสายแล้วไปรับอีก เอาไปวัดก็ไม่รู้จะเอาไปทําอะไร มันมากมายเกินไป
คือเรานัดคนให้ไปทําอย่างนั้น
น่าจะเพียงแต่ว่าวันปีใหม่เดือนใหม่ เรา
ชวนกันก็ทําความนี้กัน วัดเว้นจากความชั่ว
วัดเว้นจากการประนั้น การดื่มล่าวการเลวไหล
อะไร ๆ ต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นปี
จนกระทั่งตลอดปี เท่าว่าถือกันมันตลอดปี
ไม่ใช่ไปรุมกันทําเฉพาะในวันนั้น ๆ ซึ่งมันมากเกินไป
มันเหลือเฟือกแล้วก็สูญไปเสียเปล่า ๆ อันนี้เป็นเรื่องน่าคิด
แต่ว่าไม่มีใครค่อยคิดกันให้ถึงขนาดนั้นหรอก ทํากันธามธรรมเนียม
อาหารกับข้าวที่มันมาก
แล้วก็ฉันไม่ไหว
ถ้ามากเกินไป ตอนเย็นมักจะหิวทุกที
ก็มันฉันไม่ลง มองแล้วมันอื้อไปหมด ท้องมันอ
ืดไปหมด ฉันไม่ไหว ของก็เหลือ ท้องก็หิวแห้ง
มันก็ไปเปลี่ยตอนเย็น
ไอ้วันไหนไม่มีอะไรแล้วก็ฉันได้ blindness งาญแอง ก
ับข้าวอย่างเนี้ย CAP Khao Kao ก็ฉันเขาหมะคคดีأบสบาย
Bunun song เราก็เหมือนกัน ไอ้วันในมันมาก ก
ินไม่emie tasks แต่วันไหนนอย นอย ก็กินสบาย
ควรเป็นอยู่อย่างประหยัด
ทําบุญก็ทําอย่างประหยัดอดอ้อม
หรือว่าเราไม่ทําบุญด้วยการตักบาด
เราจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก็ได้
สมมติว่าเราจะตักบาดนี่จะใช้ประมาณ พบประมาณสักเท่าไร
พบประมาณในการตักบาด สมมติว่าร้อยบาด
แทนที่เราจะไปเข้าไปทําบุญร้อยบาด
ตักบาดด้วยข้าวด้วยปลาอย่างนั้น
เราเอาปัจจัยนั้นไปถวายไว้ที่วัด
เป็นกองกลางของวัด เพื่อใช้จ่ายในกิจการประศาสนา
เรื่องไฟฟ้าน้ําประปา
หรือเรื่องกิจการอื่นๆ ไปในวัดมันก็ต้องจ่ายทั้งนั้นแหละ
เ lip..
ก็ว่าไปตามเรื่องที่เราจะทําได้ ไม่ต้
องใส่บาทก็ได้ เพราะมีคนใส่มากอยู่แล้ว
อันนี้ก็จะช่วยให้เกิดการประหยัด
แต่ว่าทําเป็นประโยชน์มากขึ้น
อันนี้เป็นข้อคิด นํามาพูด
ว่าให้หยาดยมเอาไปคิดละ
ไม่ได้หยาชื่อตามอาตมาว่าโกรธ
แต่เอาไปคิดดูว่าเออ ข้าวทีดีหรือไม่
ท่าเราทําในรูปอย่างนั้น ท่าเราเห็นว่าข้าวทีเราก็ทําต่อไป
ถ่ายางเห็นว่ายังไม่ข้าวทีก็ทําตามเดิมต่อไป
สุดแล้วแต่ใจสมัครในเรื่องใดเอามาพูดให้แน
วคิดให้ยมทั้งหลาย เอาไปคิดนี้ประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่ง เมื่อออกปรรษาแล้ว มีง
านอยู่ประเพศหนึ่ง ที่เราทํากันทั่วๆไป
ก็เรียกว่างานกรรถิน
กรรถินในเมืองไทย เนี่ยรู้มั้ย เป็นเรื่องใหญ่ตูมาก ก
็ทํากันตั้งแต่พระเจ้าแผ่นดิน จนถึงประชาชนธรรมดาทั่วไป
จุดหมายของกรรถินนั่นอยู่ที่เรื่องอะไร
เรื่องต้องการทวายผ้าเกพระ เพราะว่าปีหนึ่งก็ทวาย
ผ้ากันเที่ยวทีหนึ่ง เพื่อให้ท่านได้ใช้สะดวกสบาย
ลาฝาก็กันด้วยใบไม้ พอกันแดดได้ กันฝนได้ พระก็อยู่ในที่นั้น
ทําหน้าที่อยู่ในสถานที่นั้นเป็นประจําตลอด 3 เดือน
พอปรรษาแล้วยังอยู่อีกเดือนหนึ่ง
ขั้นพ้นจากนั้นท่านก็เดินทางไป
จาริกไปตามสถานที่ทางต่าง
และก็อยู่ในตรงนั้น
อยู่ง่ายๆ ตามใต้ตนไม้ ประชาชนรู้ว่าพระมาอยู่ที่ไหน เขาก็มาหามาสู่
มาถามปัญหาชีวิต
มาปรึกษาเรื่องการดํารงชีวิต ว่าควรจะอยู่อย่างไร ควรจะคิดอย่างไร
ควรจะทําอะไร พระท่านก็แนะแนวให้
ไปเป็นหลักปฏิบัติ มีชีวิตสะดวกสบาย ต
ามสมควรแก่ฐานะ หน้าที่ท่านทําอย่างนั้น
เพราะฉะนั้นเมื่อออกประษาแล้ว ก่อนที่จะเดินทาง
ท่านก็เกรียมเครื่องนุ่งหมให้เรียบร้อย
เพราะว่าไอ้ที่นุ่งเก่า หมเก่าอยู่นั้น เป็นผ้าไฟหนาๆ หนักๆ
ตูกฝนแล้วมันตากไม่ค่อยแห้ง
หรือถ้าได้ผ้าใหม่ ก็เอามาเติมลงไปในผ้าเก่า เพราะว่ารูป จีวรต์
นั่น อาวุธเป็นชิ้นๆ เอาหลายชิ้นมาต่อกัน เตือนว่าสะดวกเกกานต่
อเกียกเราเทกรคนกริชก็ทําเป็นช่องซ์ แต่บนถนนที่ เขาทําเป็นช่อง เํา
ื่ออว่า Bürger กําลังสุชาติดาความสะดวก เพื่อจะไม่มากกรุดแง่ ก
ก็เอาไปเรียกผ่าดไว้ตามต้นไม้ ไปทิ้งไว้ตามป่าช่า
ทิ้งไว้ตามกองขยะ
พระชาวๆเดินไปพบข้าว ก็เก็บเอาไป
เรียกว่า ผ้าบังสกุล
ผ้าบังสกุลก็คือผ้าเปลือนขี้ผุ่นนั่นเอง
ถ้าพูดภาษาบ้านเราก็ ผ้าเปลือนขี้ผุ่น
ท่านเก็บไปก็ไปซัก
ไปพอก แล้วก็ไปตัดเย็บย่อมทําเป็นจีวรษ
ผ้าและกรดงุญาตรอจidaก็ได้
จึงรีบไปทวายกันตั้งแต่วันแรมคําหนึ่งเดือน 11
จนถึงกลางเดือน 12
มาในสมัยนี้ถ้าพูดเรื่องภาษณ์ ภาษณ์ท่านก็ไม่ค่อยจะขัดข้องเท่าไรแล้ว
เพราะมีคนทวายบ่อย ๆ
ให้ท่านได้ใช้
แต่บางทีก็ทวายใช้ไม่ได้ก็มีเหมือนกัน
โดยเฉพาะภาษณ์ใครที่บังสกุลทํางานสบ
ยาดยมไม่ค่อยจะรู้
โดยมาก่อนซื้อสงเดชจากป่าช่านะ
ป่าช่าวัดสมก็ก็มีไว้สําหรับให้ซื้อไปบังสกุล
ทุกป่าช่าก็มีไว้ทั้งนั้น
ถ้าพระวัดนั้นบังสกุล
เขาก็เอาไปคืนแก่ป่าช่า
ตวายปัจจัยตอบแทนไป
แต่ถ้าพระวัดอื่นไปบังสกุลได้มา ก็เป็นปัญหา เพราะมันภาพใช้ไม่ค่อยได้
มันเล็กบาง มันบางเกินไปบาง
โดยมากเขาไม่ได้เอามาใช้กันนะ เขาเรียกว่าไกยโยน
ก็ได้มาแล้วก็โยน ไว้มุมห้องก็โยนไว้
ถ้ารู้ว่าใครจะบวตลูกบวตหลาน พระฮั้นก็ใจดี
ฮั้นบอกว่า หาตาม้าให้ไกยหนึ่ง
ไกยที่ใช้ไม่ได้ ให้เขาไปแทน
แล้วก็เค้าก็เอาไปบวต ตกใช้ไม่ได้อีก
ที่นี่เจอบ่อย เวลามาบวตบอกว่าผมไม่ต้องซื้อประไไก
พระไห้แล้ว
บอกว่าแหม พระไห้นี่ท่ามันจะแย่
แล้วก็แย่จริงๆน่ะแหละ
เอามานุ่งแล้วมันก็ไม่ไหว
สบงมันก็ตื่นเกินไป
กี่วอนก็เล็ก
ก็ต้องจัดการหาให้ใหม่
อุปชาก็ต้องยอมขาดทุนไปชุดหนึ่ง
หาให้เขาต่อไป
แล้วทีหลังไม่เอาละ
ใครจะมาบวชบอกว่าซื้อเองไม่ได้
ต้องให้วัตรจัดหาให้สั่งมาไว้เสร็จแล้วก็คิดปัดใจเอาไปให้เขาหาตามหน้าที่
คนกลางไปก็ได้ผ้าเรียบร้อยใช้นุ่งใช้หมดสะดวกสบายไม่เสียสัตว์ทังสูญเปล่า
ในนี้เราจะบั่งสกุลสบเนี่ยอยากจะแนะนําว่า
ถ้าเรามีสะตังงน้อยไม่สามารถจะบั่งสกุลทั้งไกรได้
พื้นดิว็ก็ได้
เซบงสักพื้นยังแต่ให้ใช้ได้
กี่วอนสักตัวหนะยังก็ให้ใช้ได้
ไม่ใช่เก้า ใช้ สิบเก้ยแต่ไม่มีใครดีสัก
za买อามานี่พบมาบ่อย ๆ พระเฮศงานสบบ่อย ๆ
ถ้าเห็นก็ถวายภาคใกล้ก็นึกล่วงนานแล้ว ไม่ได้ขวามอีกแล้ว
แต่ว่ามันบอกไม่ทันไปถึงเทศเสียแล้ว
ถ้าบอกทันก็จะบอก ทีหลังนี้บอก
บอกว่า ยมเวลานี้บนอาตมาไปเทศ
ไม่ต้องจัดบริขานอื่นแล้ว
มันรุงรัง ถือหนักเปล่าๆ
ถวายปัจจัยมากๆ
อาตมาจะเอามาสร้างโรงเรียน
ไม่ได้เอาไปทําเรื่องอื่น
แล้วเขาก็ไม่จัด บางทีไปก็ถวายหมอนบ้าง อะไรต่ออะไรบ้าง
ไม่ใช่เราเป็นคนขี้นอนเมื่อไร จะต้องมีหมอนมากๆ
ยมก็ถวายหมอนขวานใบใหญ่ ได้มาแล้วก็แม้มันรกกุตติ ไม่รู้จะไปวางไว้ตรงไหน
ต่อมีวิธีระบายพระบานนอกมา ก็เอาหมอนนี้ไปด้วย
ก็ไม่ใช่ว่าอะไร ให้มันพ้นๆไป
ไม่ให้มันกล้องอยู่รกกุตติเท่านั้นเอง
หมอนนี้มันไม่ได้ประหยุดอะไร เราควรจะให
้สิ่งที่เป็นประหยุดที่ทางวัดนั้นต้องการ
เช่นว่านี้บนอาธมาไปเทศ
ได้ของไม่มีดีใจเลย
แต่ถ้าได้ปัจจัยแล้วค่อยชื่นใจ
ก็ได้เอามาเข้าบัญชีสร้างโรงเรียนต่อไป มันเป็นอย่างนั้น
จีมหอนก็ไม่ขัดของ
ยมถวายอยู่บ่อยๆ
กีวรสักผืนก็ให้ใช้ได้ ไอ้ทั้งใครก็เรียกว่าเอาหน้ากัน
มีสบแล้วแม้ สิบตราย
ทอดกันแล้วทอดกันอีก
ไอ้คนนั่งเผาก็นั่งรออยู่ นั่งเมื่อไหร่จะเผาสักที
พอทอดใจสุดท้ายแล้วก็ เห้ย ขึ้นไปบนมีดเหมือนกันจะไปแย่งอะไรกัน
ไม่มีระเบียบ เพราะว่าเวลามันจํากัด
ก็นี่เลยแนะนําว่า อย่าท่อ ทะ มันลายใจไป pedal อยู่
เอาง opportunities นี่ก็พอฮะ
ผู้มีเกียจคนเดียวก็พอฮะ
อัโรงภัย งานบางางาน ผู้มีเกียจมันมาก
ย่ายทั้งนั้น
เลยตองเชิญคนนั้น ต้องเชิญคนนี้มาให้น้อยหน้ากัน
อันนี้มันลําบาก
อันนี้ถ้าไม่ให้มีกลุ่มตัดปันหา
การิหัตมีเกียรติมันหลายคน
ตัดปัญหา นี่มนพระจะดีกว่า
พระที่ไปนั่งอยู่นั่น องค์ไหนมีเกียรติ
เรียกว่าใหญ่กว่าเพื่อน องค์นั้นเอาเลย
มนไปต่อ ทอดผ่าน แล้วก็จุดไค้ให้เลย หมดเรื่อง
การิหัตก็ไม่ต้องนั่งเกียงกันว่า จะเอากลัยก่อน
ก็จะเอาภาพนี้เกียงกัน ผู้แขกก็ไม่เกียง
แต่จะเอากลัยร่า過คล
ก็ไม่ได้จุดเป็นพิธี
เขาเรียกว่าสการะสบ
ไม่เรียกว่าเผาหลอก
คําว่าเผาหลอก ฟังแล้วมันไม่ดื้อนหูอะไร
ควรจะเรียกว่า ประชาชนที่มาในงานร่วมกันสการะสบ
แล้วเวลาเผาก็เผากัน เข้าเตาเผา
ผู้เผาจริงๆ ก็คือสัปปะเรอ
แต่ว่าคนจุดไกลคนแรกก็มี
จุดวางไป
ก็เขาก็จุดเขา omen เป็นนาทีเขาจะต้องผ่าวไป
แต่มันเรื่องเกี่ยวอน cycles เรียกว่า เวลาจัดการเวลาแห้ง
��สูยกี่ท่านคนโห่ะ ปีต้องดึก
แต่ลูกสาวที่เป็นนายกอยู่แดวนี้
มีหลานชายสองคน
ก็เลยให้หลานชายคนที่อายุแก่เนี่ย
เป็นผู้จุด หมดเรื่อง
ไม่ต้องเอาผู้มีเกียจไหน
ก็วางมาตั้งแต่สี่พันปีแล้ว
อย่างนั้น เป็นธรรมเนียมไป
มันก็ดีไปเหมือนกัน
ไอ้ของเราเนี่ยมันก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ตามกาละเทสะ
มันก็เกิดปัญหาพอชาย
และก็พูดเรื่องออกพันษาแล้วไปออกเรื่องเผาสบไปด้วย
มันเรียกว่ามันผาดทิ้งไป
เรื่องคันทําบุญที่เป็นประโยชน์ ผาดทิ้งไปตึงอย่างนั้น
ตีนี้เรามาพูดกันต่อไปว่าออกพันษาแล้ว
ควรจะออกหรือควรจะทําอะไร
คนที่เข้าพันษาแล้วตั้งใจอดเล่า
ไม่ดื่มสามเดือน
วันนี้นี่ดื่มใหญ่
กลับไปสู่ภาวะเดิมต่อไป
ขึ้นมาอยู่ในที่สะอาดเรียบร้อย สามเดือน
พอวันออกก็กลับไปสู่ภาวะเดิม เอามาดูน
ึกนึกดูแล้วมันไข้กับว่าเราเลี้ยงสูนัส
ก็เหมือนคนขี้เมาทั้งหลาย
ที่ว่าพอเข้าพันษาก็หยุดสามเดือน
แต่พอออกพันษาก็ไปคลุกกับหวดต่อไป
อย่างนั้นมันก็ไม่ไหว
เขาเรียกว่าไม่ชนะ
ชนะแล้วไม่รักษาความชนะไว้
ความชนะไม่ร
ักษา ความชนะ cueta
ปีนี้ก็เรียกว่าปีคนสูงอายุ ก็ปีก็คนแก่นั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องอะไร
น่าจะบัญญัติสักครั้งนึงว่า ปีแห่งใช้ชนะ
ชนะกิเลส ไม่ใช่ชนะอะไร
ชนะการพันนัน ชนะการเที่ยวเตรยามคําคืน ชนะความสนุกสนานไม่เข้าเรื่อง
ชนะความเกียจคร้าน ชนะความอ่อนแอ
น่าจะชักชวนกันอย่างนั้นบ้าง โดยเฉพาะประเทศไทย
และก็ตายเอง ไม่มีใครไปเล่นแล้ว เลือกกันไป ร่านลาวกับคนไม่เข้า เข
าก็เปิดไปสมัย เปิดก็ไม่มีคนดื่ม เขาก็เลือกฆ่าลาว ไปฆ่าของอื่นต่อไป
อะไรตะไรที่เป็นของชั่ว ของร้าย เราชวนกันเลือกมันให้หมด
เราออกจากสิ่งเหล่านั้นให้หมด
ก็คนมันก็ไม่ทําชั่ว ความชั่วมันจะอยู่ได้อย่างไร
แต่ต้องพิจารณาตัวเราเอง
ว่าเรามีอะไรบกพร้อมไม่ดีไม่งามอยู่ในตัวบ้าง
แล้วเราคิดว่าต้องออกจากสิ่งนี้
ออกจากสิ่งไม่ดีไม่งามเหล่านี้ไป
เพราะถ้าเราขืนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ต่อไป
เราก็พิจารณาดูว่า ฐานะเป็นอย่างไร การเงินเป็นอย่างไร
การสมาคม มีคนประเพชรใดมาสโคคสมาคมกับเรา
อย่างนี้เขาเรียกว่า บําเพ็ญบารมี
ที่เรียกว่า เนกขัมมะบารมี
เนกขัมมะก็คือการออกจากสิ่ง
ไม่ดีไม่งามด้วยประการต่าง ๆ
เช่นเจ้าชายศิษฐธานี่ ท่านออกจากสิ่งเหล่านั้น
ท่านอยู่ในวัง
ท่านมีความสุขความสบายตามแบบคนในวัง
แต่ว่าท่านเห็นว่า มันไม่ได้เลือกอะไร
ชีวิตไม่มีประยูต แก่คนศัวรรถมาก
ไม่มีแก่คนศัวรถน้อย
แล้วก็อยู่ไปอย่างนี้ตายไป
ไม่มีอะไรที่เป็นสาระ เป็นแก่น เป็นสาร
ทานพิจารณานาไปในรูปอย่างนั้น
วHDทุกข์ก็ออกไป
ออกไปจากวัง
เขาเรียกว่า มหาพิเนษะกรม
มหาบินิสกรม คือการออกอย่างยิ่งใหญ่ ไม่มีใครเคยออก
อย่างนั้น แม้คนอื่นก็เคยออกแต่ว่าไม่ถึงอย่างนั้น
ฐานความเป็นอยู่ ความเป็นใหญ่มันไม่มี
เช่นว่าคนออกไปบวชมันก็มีเหมือนกัน แต่ว
่าไม่ใช่เป็นกรสัตว์ ไม่ใช่เป็นเจ้าฟ้าชาย
ท่านเป็นเจ้าฟ้า เป็นมากุฏราชกุมาร
ตําแหน่งที่อยู่ข้างหน้านั้น เป็นตําแหน่งที่ใครๆ อยากได้
ถึงก็ต้องลบเย่งกัน เพื่อความเป็นใหญ่ในเรื่องอย่างนั้น
นํียวกว่าวา ท่านออกไปอย่างนั้น
เพ่อตั้งไม้อ производของท่าน
ออกไปที่สมอπอยู่ cause you're the best
และไปเจอพระพุทธเจ้าก็ได้ดําเนินชีวิตตามแบบที่พระองค์บอกให้
เช่นท่านมหากัดสปะ
กับนางพัตตกาปิลานีสองคนสามีพระยาน
ท่านก็เป็นลูกเสดถีมั่งมีทรัพย์สมบัติเหมือนกัน
ต่อมาก็พ่อแม่ตาย
เมื่อพ่อแม่ตายท่านก็รับมรดก
ที่จะต้องบริหารต่อไป
ท่านก็บริหารงานไปด้วยดี
และท่านก็คิดว่า อ้าว มันเรื่องอะไร
ที่เรามานั่งรับบาปของคนทั้งหลายทั้งปวงอยู่อย่างนี้
เราควรจะออกไปอยู่ป่าหาความสงบใจเสียดีกว่า
คนสมัยนั้นมีจิตใจโน่มเอียง
ไปในทางที่จะออกป่าอยู่ ไม่ใช่น้อยเหมือน
กัน แล้วก็เลยท่านทั้งสองคนออกเป็นนักบวช
ไปอยู่ทั้งสองคนอยู่ในป่าอย่างนักบวช
ท้างนี้ Including และเป็นบริเธอตร์ที่เขาหน่วยvantage
ช่วยร่างท่าน
ก็ได้บัลลุเป็นพระอรหัน สําเร็จตามความต้องการ
ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ ที่พระผู้มีพระภาคยกย่องมาก
ยกย่องว่าเป็นผู้เคร่งคัดในทุดง
ก็ท่านอยู่ป่า ถือภาเพียงสามพื้น
บินทภาษณ์เป็นวัด
ไม่มีอะไรอื่น
แล้วก็ประพฤติเป็นตัวอย่างแก่ผู้น้อยทุกแง่ทุกมุม
เวลาพระพุทธเจ้านิพพาน ก็พระมหากัตสปานี่แหละเป็
นหัวหน้าในการจัดงานเกี่ยวกับพระสบเป็นประทานสูง
แล้วก็เป็นประทานในการทําสังคาญญาครั้งเรก
มือพระภูมิพระภาคพันชณญ ผ่านไปแล้วสามเดือน
orer scalawrift ได้ประ Namenงานวิทยุ Chiangeduckoไตเหวก่อย
จริง!
eton ส AidaisouriExuketv-siklu SasakameeologicalZoology
sequent parenth Ianayamajjang
Bazson
noncards
นอนสอนไม่ฟัง กี่เกียจจะเห็นหน้ามันแล้ว ผมจะไปบวดเสียเลย
บวดอย่างนั้นก็มี อย่างนี้ก็เรียกว่าอึดอัด
มันอึดอัดไม่ใช่ปัญญา
พอมาอยู่วัดคอยปรวงปรวง อ้า
สึกอีกแล้ว
ไปอยู่กับแม่บ้านคนนั้นต่อไป
มันหายอึดอัดแล้วก็ไปอยู่กันต่อไป
อย่างนี้ก็เรียกว่าพวกอึดอัดขัดใจ ไม่ใช่พวกปัญญา
การออกบวดของพระพุทธเจ้าชายศิษฐฐะของพระมหากัศปะ หรืออ
ีกหลายองค์ในครั้งนั้น เรียกว่าออกบวดด้วยปัญญาทางนั้น
ประพูดให้ดี
สําเร็จจุดหมาย ปลายทางตามหลักพระพุทธศาสนา
แล้วก็ได้ช่วยงานพระพุทธเจ้า
พระอรหันทั้งหลายนั้นไม่ใช่ผู้เกียจคร้าน
ไม่ใช่ผู้อยู่นิ่ง
แต่มีชีวิตอย่างว่องไหว
ตื่นตัวเก้าหน้าอยู่ตลอดเวลา
ตื่นตัวว่องไหวเก้าหน้าในการทําประโยชน์แก่สังคม
ไม่ได้อยู่นิ่งอยู่เฉย
เราอย่านึกว่าเป็นพระอรหันแล้ว ท่านคงจะเดินนิ่งๆอยู่ในปลาเงียบๆ ไม่ใช่
อย่างนั้น ท่านทํากิจของท่านสําเร็จแล้ว แล้วท่านก็ไปทํากิจเพื่อผู้อื่นต่อไป
ท่านสงสารคนมีน้ําใจเอนดูกรุณาต่อประชาชนทั้งหลาย
ตีเวียนไว้อยู่ในกองทุกกองร้อน
ท่านก็ไปดึงข้าออกจากทุกความเหนื่อยดร้อน
ออกจากความมั่งมีไปอยู่กับความยากจน
ออกจากความคยันไปอยู่กับความเกรียดคล้าน
โดยคิดว่าเกรียดคล้านนี้ไม่ต้องทําอะไร ออกไปสู่ความเสียหาย
ไม่เป็นการถูกต้อง
การoden ซึก 55 ระยะฝ!
และสิ่งที่ไม่ถูกต้องกันต่อไป มันก็ไม่ถูก ไม่เข้าฐานะ
เพราะงั้นจึงควรจะถือว่า ได้เดินมาในทางที่ถูกที่ชอบแล้ว เป็นทุนสามเดือน
และเลือกอะไรที่เป็นเรื่องอบายมุก
มาได้แล้วสามเดือน ก็เรียกว่าชนะ
ชนะมาถึงสามแล้ว อีกก้าวก็ต้องขยับต่อไป
ทีละเดือน ทีละเดือน จนครบเก่าเดือน ครบหนึ่งปี
ก็เรียกว่าเราอยู่ในปีแห่งชัยชนะ
ในปีแห่งความเก่าหน้า ในปีแห่งการเสวงหาปัญญา นั่นเป็นการชอบการควร
ในระดูออกพันษานี้ ลูกหลานคงหญาตยูมนี้ก็จะสึกไป
ที่มาหมวดนี้ก็เคลียมสึกกันแล้วละ
ความที่หมวดนี้
จะสึกวันพรุ่งนี้ก็จะมีแล้วก็สึกกันไปเรื่อย ๆ
เหมือนที่มาหมวดวัดนี้ ก็พวกเขาจะสึกกันไป
เรื่อย ๆ แต่ว่ามีอยู่ชุดหนึ่งประหมาด59รูป
อ่านดาบิดดา อวดพี่อวดน้อง อวดเพื่อนอวดถุง
ว่าฉันนี่ไปชุบตัวมาแล้ว
ด้วยคุณงามความดีตามหลักประศาสนา
ก็ต้องเอาความดีนี่ไปใช้ ให้คนอื่นเห็น
อย่าเอาความชั่วไปให้คนอื่นเห็น
ให้ใครเห็นแล้วก็ชมว่า โอ้ว เจ้านี่
ไปบวชมาสามเดือนนี่ มันดีขึ้นเยอะ
เรียบร้อยขึ้นมาก อย่างนี้แล้วก็ใช้ได้
หมอวานสือนี้ก็พบคนแก่คนหนึ่ง
แกมาหานสบคุณอนามิตรเนี่ย แล้วก็เสร็จเทศให้ฟังแล้วก็ลงมานั่งกราบ
รายงานตัวแทนลูกชาย
บอกว่าลูกชายผมมันมาบวชที่นี่
บอกเออ นั่นเป็นยังไง
บวชแล้วมันเป็นยังไง
มันเรียบร้อย
เดี๋ยวนี้บ้านผมมันใกล้กับวัดไปจากแล้ว
มีการสวดหมลทุกเย็น
ลูกชายก็นํา ผีๆนองๆสวดหมล
ให้ผมเป็นพ่อ ก็เลยไปสวด กับมันด้วย
แล้วมันพาเพื่อนพาผู้มาสนธนาธรรมะถ้ําลวกัน
สภาพบ้านกลายเป็นวัดผงกัน อ่าว แล้วมันไปยังไง
บ้านกลายเป็นวัด มันดีไหม
อ้อ! มันสบ้าย vos 你เหมือนสบายใจครับ
เพราะว่าลูกไรมาบวด
แล้วก็ทํางานทําการเรียบร้อย
มันไม่ค่อยหว่าง ไม่ได้มาเยี่ยมหลวงพ่อ
ไม่ต้องมาเยี่ยมเนอะ ถ้าอยู่อย่างนั้นมันอยู่ใกล้หลวงพ่อแล้วละ
แต่ถ้ามาเยี่ยมกลิ่นบางอีก ขันฟุ้งมันยังอยู่ห่างหลวงพ่อ
มันมา ไอ้บางคนมันมาเยี่ยมเหมือนกันละ
แต่ว่า แม sprint จะมาตั้งเตะอะ crossing
ส์ ตองเปยึง�� Mé
ประพฤติตนไม่ดีไม่งาม
ใครๆ เขาก็ว่าไอ้นี่แม่ ไม่ได้เรื่องอะไร
ไปบวชแล้วเหมือนก็ไม่ได้บวช
เพราะไม่ตั้งใจบวช
บวชเพราะพ่อแม่บังคับมา
ไม่ตั้งใจศึกษา
ไม่ตั้งใจอบรม
เลยเป็นคนไม่ใช่ไม่ได้
อย่างนี้เรียกว่าออกเหมือนกัน
แต่ว่าออกจากคุณธรรม
ไปอยู่กับสิ่งที่เป็นอธรรมไป
ไปอยู่กับความชั่วความร้าย เป็นการออกที่ไม่ถูกต้อง จึงค
วรจะถือเอาคําว่าออกนี้ให้เป็นประยุค ด้วยการพิจารณาตัวเอง
ให้รู้ว่าเราควรจะออกจากอะไร
ไม่กรม�จําผม
ไม่มาหาหรือมาสู้
ไม่โกรธใจเย็น ไม่โกรธใจเย็น
กระประทราชมันทํางานไม่สําอําเสมอ หัวใจเต้นผิดปกติ
นานๆก็จะเป็นลุ้มไป เพราะอาการอย่างนั้น คนเรามันเป็นลุ้มง่าย
เสียใจก็เป็นลุ้ม
ดีใจก็เป็นลุ้มได้เหมือนกัน เห็นอะไรดีใจเกินไปก็เป็นลุ้ม
ไปเลย หัวใจเต้นไม่ตัน เพราะความดีใจมันมาก เสียใจมากก็เป็น
และก็มีความดีใจ มันต้องรักษาระดับจิตใจอยู่ในสภาพคงที่
ไม่ตื่นเต้น
ไม่หวาดเสียว ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย
ให้อยู่ในสภาพปกติ
คงที่
ภาษาธรรมะเขาเรียกว่า ตาที่บุกกล
ตาที่แปลว่าคงที่
ไม่อยู่โครงหวั่นไว้ไปด้วยอารมณ์อะไรๆ
กรุตบ่อยเพราะเราไม่เห็นว่า ความกรุตน่ากรียด
มันยังน่ารักอยู่ ยังน่าทําอยู่ แล้วก็เผลอทําไปบ่อยๆ
แต่ถ้าเราคิดบ่อยๆ มันน่ากรียด คนอย่างเราสแ
ดงอาการอย่างนั้น มันคล้ายกับเด็กตัวน้อยๆ ไป
เด็กน้อยๆ มันจะกรุตเมื่อไรก็ได้ มันจะร้
องเมื่อไรก็ได้ มันจะหัวเร้าเมื่อไรก็ได้
ก็เลยสังเกตเด็กตัวน้อยๆ ที่มากุตตีทุกวันทุกวัน บางท
ีมันก็ หึ ลึกมาเฉยๆ มันร้องเข้ามา ไม่มีเหตุมีผลอะไร
มันร้องมาเดี๋ยวมันหัวเร้าออกมาเฉยๆ อ๋อ นี่เด็กมันสภาพ
อย่างนั้น อันนี้ผู้ใหญ่เราถ้าทําอย่างนั้นก็เหมือนกับเด็ก
เหมือนกับเด็กสี่ขวบอะไรอย่างนั้น แล้วมันจะดีอะไร
คนอื่นเขาเห็นก็หัวเร้า เขาแอบหัวเร้ากลางลับหลังบ้าง อันน่าเข้าข
วาหัวเร้า ให้เราเห็นก็หัวเร้าก็ชัดจะโกรธขึ้นหนักขึ้นไปอีกว่า แก
หัวเร้าอะไร หัวเร้าข้าเร็ว อ่ะ แล้วเราก็เพิ่งความโกรธให้ขึ้นอีก
การจริงควรเสียงว่า อ่อ เนี่ยเขาหัวเร้าเรา เพราะเห็นว่าเราเนี่ย
เป็นคนใจง่าย โกรธง่าย ไม่มีการบังคับตัวเอง ไม่มีการควบคุมตัวเอง
เขาจึงไปแอบหัวเร้าย้อเราอย่างนั้น มันไม่เป็นก
ารสมควรที่เราจะให้เด็กน้อย ๆ มันหัวเร้าย้อเรา
และถ้าศึกมันจะมาจมตี ก็ต้องส่งทหารไปลาตรวีนชายเดนไว้ ในบ้านก็ต
้องอยู่กันอย่างความสงบ สามากขี้กัน ตามหน้าที่ของตนให้เรียบร้อย
และถ้าเราแพ้กิเลส ก็แพ้หมด อะไร ๆ ก็แพ้ไปหมด
เพราะฉะนั้นต้องยิน ๆ ทันใจยิน ๆ ไว้
อย่าให้ร้อน อย่าให้โกรธ อย่าให้เคืองอะไร
ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วก็รีบตัดออก
รีบตัดออกด้วยประขันคือปัญญา
เขาเรียกว่าปัญญานี่เป็นประขันเพชร ตัดสิ่งชั่วสิ่งร้าย
ขอให้ยาจมทั้งหลาย
อย่าได้ออกจากพระ
ให้อยู่กับพระต่อไป
มาวัดตามปกติ ควังธรรมไปตามปกติ ทุกวัน ทุกวัน
ให้ถือว่าเป็นการกัดธรรมที่ติดต่อเรื่อยไป
จนตลอดชีวิตของเรา มากันอย่างนี้
ทุกวันฉวนพื่อนมาวัด ควังธรรมกัน เพราะการแสดงธรรมก็แสดงกันตลอดปี
อามาเนี่ยไม่ออก เรียกว่าแสดงกันเรื่อยไป
ไม่ไปไหน ในปีนี้ก็ไม่ไปไหน
ไม่ไปใกล้ ๆ ไปบ้างไปเชียงใหม่บ้าง ไปนั่นบ้าง
แต่วันนาทิตย์ก็กลับมา พบป่ากระยาดยอมUE
อยาดยมก็ให้นึกไว้ในใจว่า ทุกวันนาทิตย์มีนัดพบกันที่วัดชนประทาน
แล้วเราก็มาพบกันที่นี่ ตามปกติ
ก็ถือว่าไม่ได้ออกจากแนวทาง
หรือเส้นทางของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ชื่อไว้ให้เดิน
พระพุทธเจ้าปลอดภัย
แต่เราเดินออกไปนอกทางมันก็ไม่ปลอดภัย มันสร้างปัญหา
ขอให้ยาดยมทั้งหลายได้คิดได้นึกในรูปอย่างนี้
ดังแสดงมาในวันนี้ก็สมควรแก่เวลา
ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้
ตอนนี้ไปก็ขอเชิญยาดยมนั่งสงบใจ
เป็นเวลาห้านาทิ
สงบใจคือนั่งตัวกรง
หลับตาเท่าน่อย ไม่ยุ่ง
และก็กําหนดลมหายใจเข้า��분
อย่าให้ไปคิดเรื่องอื่น นึกเรื่องอื่น
เป็นเวลาห้านาที เชิญได้
ยืนสํารมจิตแปลเมตตา
ปราธนาความสุขแก่สันภษัททั้งหลาย
สะเพสตา สะเพสตา
อเวรา อเวรา
อพยาปชา อพยาปชา
อนิคา อนิคา
ถุกขี้อตตานัง ฝริกหรรัมธุ ฝริกหรัมธุ
ปัศทั้งหลาย พี่เป็นเพื่อนทุก
เก่แกแดบตาย
ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถอะ
อย่าได้มีเวรซึ่งคันและคันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
อย่าได้เบียดเดียนซึ่งคันและคันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
อย่าได้มีความสุขกายทุกใจเลย
จงมีความสุขกายทุกใจ
รักษาตนให้พ้นจากทุกภัยทั้งสิ้นเถอะ
Show more
Artist

V.A82669 followers
Follow
Popular songs by V.A

Mashup Truyền Động Lực - Fake Love x Call Of Silence x Fairy Tail x Flowers - VH Remix
06:32

Chú Địa Tạng Vương Bồ Tát
06:00

Cơ Hội Cuối x Anh Biết Em Không Tin (HL Remix)
WARNER RECORDED MUSIC01:06

Nhạc Dành Cho Trẻ Sơ Sinh Ngủ Ngon Thông Minh
23:30

Sa Vào Nguy Hiểm x Đáy Biển (Thazh x Đông Remix)
01:00

玫瑰少年 / Thiếu niên hoa hồng (Violin DJ version)
04:04

Một Đường Nở Hoa / 一路生花
01:47

Đắm Chìm / 沦陷 x Gone Bad (DJ PAW Remix)
03:22

Chờ Ngày Mưa Tan - Rock Metal Version
03:43

Windy Hill
05:10

Uploaded byBELIEVE MUSIC